บทที่ 9 ตำรับลับ 4
ชายคนนั้นหลบหลีกอาวุธอันตรายที่หมายจะทำร้ายเขา
“พวกเจ้า เป็นมือสังหารที่ถูกจ้างมาหรือ เหตุใดแม่ครัวเพียงคนเดียว ถึงต้องลงทุนมากมายนัก”
ถ้อยคำดังกล่าว ส่งผลให้พวกที่ถูกจ้างมา มองเขาเป็นตาเดียว
“อย่าแส่เรื่องผู้อื่น ธุระไม่ใช่ จงรักษาชีวิตเอาไว้”
“หึ ๆ ๆ บังเอิญว่า ข้าชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นที่สุด” คนผู้นั้นที่มีนามว่าอู๋ซวงกล่าว และใช้ความว่องไวฝ่าไปให้ถึงม้าที่ลากกรงขังหมูซึ่งมีร่างเหลียงม่านฉีอยู่ด้านใน
ฝ่ายเหลียงม่านฉี ที่เนื้อตัวได้แผลหลายแห่ง พยายามเหลือเกินที่จะช่วยเหลือตนเองให้หลุดจากกรงขัง ยามนี้นางได้มีดสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ และใช้มันตัดเชือกที่มัดมือติดกันออกได้ เมื่อสองมือเป็นอิสระ นางก็พยายามหาทางพาตัวเอง ออกจากกรงไม้บ้าๆ นี้
ทว่าด้วยม้ายังห้อตะบึงไม่หยุด และมีความเร็ว นางจึงไม่อาจกระทำสิ่งใดอย่างใจตนคิด จวบจนขาข้างหนึ่งชนกับหินก้อนใหญ่เข้าอย่างแรง และเกิดบาดแผลฉกรรจ์ นางก็คิดว่าตนของคงตายแน่ๆ ด้วยปวดร้าวไปหมด ก่อนตามด้วย ความรู้สึกเหมือนจะสิ้นลมหายใจ เพราะมีแรงกระแทกอีกครั้งก่อนที่ม้าตัวดังกล่าวจะวิ่งขึ้นสะพานสูง
“ข้ายังตายไม่ได้...”
นางบอกตนเอง และภาวนาในใจ ซ้ำไปมา
ยามนั้น เหลียงม่านฉี คิดถึงสิ่งที่ตนเคยทำ หากแม้ยังพอมีความดีหลงเหลืออยู่บ้าง ขอให้นางรอดชีวิต และสามารถแก้แค้น คนที่มุ่งร้ายต่อตน ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงรสชาติของความทุกข์ ความเจ็บปวด อย่างเช่นที่นางสัมผัสอยู่ในตอนนี้
อึดใจต่อมา เชือกที่ผูกกรงขังหมูก็ขาดออกจากหลังม้า ภาพสุดท้ายที่เหลียงม่านฉีเห็นคือใบหน้าที่แต่งแต้มสีสันงดงามโผล่เข้ามาช่วยเหลือ ใบหน้าดังกล่าว หากจำไม่ผิด นางมั่นใจเหลือเกินว่า เขาก็คือ ขันทีน้อย!
ณ เมืองลั่วสือถนนเสอ
เหลียงม่านฉีทั้งฉงน แต่นางดีใจจนเผลอร้องไห้อีกครั้ง ด้วยคาดไม่ถึงว่า ขันทีน้อยจะมาช่วยตน อีกฝ่ายคือเล่อซู ซึ่งเมื่อแปลงโฉมเป็นสตรี ต้องยอมรับว่าผู้ใดเห็นก็ไม่อาจละสายตา
“ยาเม็ดพุทราน้ำผึ้งแม่ครัวฉี ไม่ได้ช่วยแก้พิษในบ่อน้ำ?”
เล่อซูเอ่ย และเขายิ้มให้นางราวกับการแสดงออกนั้นแทนคำขอบคุณ และหญิงสาวยิ้มตาม ในที่สุดนางก็รับรู้ว่าตนยังมีความดีอยู่บ้าง ความรู้สึกนี้อาบอิ่มสุขใจ ราววิญญาณที่อยู่ในร่างเหมือนหลุดพ้นจากความโศกเศร้าก่อนหน้านี้
ยาลูกกลอนที่เหลียงม่านฉีส่งให้เล่อซู ไม่ใช่มีไว้สำหรับแก้พิษน้ำดื่มในบ่อน้ำอย่างที่เขากล่าว เนื่องจาก เหลียงม่านฉี อาจทำชั่วมามิน้อย แต่นางย่อมไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ สิ่งที่นางบอกขันทีน้อยในเรือนพักหลังเล็ก ก็แค่การข่มขู่เขา และแสดงละครเพื่อมอบ ยาเม็ดพุทราเก้าชีวิต ให้อีกฝ่าย เพราะนางเห็นสีหน้าเขาซีดคล้ายคนเลือดพร่อง ทั้งริมฝีปากคล้ำ พอได้จับชีพจร นางจึงรู้ว่าขันทีน้อย ถูกยาพิษไร้ชื่อไร้นาม อันเป็นพิษลึกลับ ที่ตำรับอาหารซึ่งนางได้อ่านเขียนถึงไว้ ดังนั้นนางจึงมอบยาดังกล่าวแก่เขา โดยใช้กลอุบายหลอกให้อีกฝ่ายกลืนมันลงคอ
“ข้าถูกหมอชั่ว หลอกให้กินยาตอนที่ต้องตัดแห่งหยก เพื่อเข้ารับการเป็นขันที และพิษร้าย ควบคุมข้ามาหลายปี กระทั่งเป็นแม่นางเหลียงที่ให้ชีวิตใหม่ ข้าในวันนั้น!”
เหลียงม่านฉีน้ำตาไหลอาบแก้ม คิดไม่ถึงว่า เรื่องบังเอิญเช่นนี้ จะเกิดขึ้น สุดท้ายนางก็ไม่ใช่คนชั่ว และสวรรค์เมตาแม่ครัวผู้เป็นเหลาอาหารเถื่อนแล้ว
“ขอบใจเจ้าที่ช่วยข้า แต่เราจะหนีจากคนชั่วได้อย่างไร” เหลียงม่านฉีถาม นางกลัว ประหวั่นใจ สถานการณ์ที่เห็น นางไม่อาจประเมินความร้ายแรงได้
“เพียงแค่ชั่วเวลาชาพองตัว นางกำนัลจง จะนำรถม้ามาที่นี่ เพื่อรับเจ้า”
“เอ เจ้าหมายถึง สตรีผู้นั้น แล้วพวกเจ้าคือ ขันทีกับนางกำนัล เช่นนี้จะมีภัยถึงตัวหรือไม่”
เหลียงม่านฉี อาจไม่กว้างขวาง แต่นางเข้าใจว่า ข้ารับใช้ย่อมมีนาย หากทำสิ่งอื่นโดยพละการ พวกเขาอาจมีโทษสถานหนัก ถึงขั้นเสียชีวิต
“อย่าได้เป็นกังวล สิ่งที่ทำเพื่อตอบแทนแม่ครัวฉี และนอกเหนือจากนั้น นายของข้ากับนางกำนัลจง เป็นคนสั่งการเรื่องนี้ ด้วยตัวเขาเอง และได้บอกว่า พวกข้าเป็นอิสระแล้ว ขอเพียงช่วยดูแลแม่ครัวฉีให้อยู่รอดปลอดภัย”
ยามนั้น เหลียงม่านฉีที่ออกมาจากกรงหมูเรียบร้อย นางฉงนต่อสิ่งที่เขาเอ่ย และหากไม่ได้วาดฝันสูงส่งเกินไป นายตัวจริงของขันทีน้อย กับนางกำนัลผู้นั้นคงเป็น บุรุษที่เหลียงม่านฉีมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง
เมื่อเห็นว่าเหลียงม่านฉี มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย เล่อซูจึงเอ่ยว่า
“แม่ครัวฉีเป็นที่พึงพอใจขององค์ชาย ตัวข้าอยู่รับใช้เขามาหลายปี เพิ่งเห็นรอยยิ้ม และได้ยินเสียงหัวเราะดังกังวาน นับว่าเป็นครั้งแรก ในตอนที่เจ้าปรากฏตัวต่อหน้าเขา”
“โอ้ เจ้าอย่าทำให้ข้าคิดไปไกล!”
“วาสนาแม่ครัวฉีสูงส่งถึงเพียงนั้น อย่าได้ถ่อมตน”
เมื่อเล่อซูเตรียมเข้าไปสกัดกลุ่มมือสังหาร เหลียงม่านฉี ก็เอ่ยถามว่า
“ผู้ที่ให้หยกแกะสลักต้นฝูซางแก่ข้า ก็คือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหลาง”
“มิผิด นามเขาคือ เฉินอี้คัง...”
เอ่ยจบ เล่อซูจึงปลดกระบี่อ่อนที่ใช้เป็นเข็มขัด และการร่ายรำกระบี่ของเขา ไม่ใช่แค่สวยงาม การเคลื่อนไหว นั้นรวดเร็วพลิ้วไหว ซึ่งซ่อนอันตรายอย่างที่สุด
